ประกันภัยธรรมชาติคุ้มครองวงเงินสูงสุด 500,000 ล้านบาททั้งประเทศ
ประกันภัยต่างชาติตะลึง ไทยซื้อคุ้มครอง 5 แสนล้านบาท ใหญ่ที่สุดในโลก ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กองทุนประกันภัยรองรับ “กองทุนประกันภัยวงเงิน 50,000 ล้านบาท” ที่จะจัดตั้งขึ้นเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อให้ความคุ้มครองทรัพย์สิน 3 กลุ่ม คือ บ้านอยู่อาศัย, ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติโดยจะคุ้มครองวงเงินสูงสุดรวมกันไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นความคุ้มครองของทั้งประเทศ
พ.ร.ก.กองทุนประกันภัยตัดภัยลูกเห็บออกไม่คุ้มครองเหตุไทยไม่เสี่ยง
เดิมทีจะกำหนดให้คุ้มครองภัยธรรมชาติ 4 ภัย ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ และลูกเห็บ แต่ล่าสุดได้มีการตัดภัยลูกเห็บออกคงเหลือความคุ้มครองเพียง 3 ภัย คือ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุ โดยได้สอบถามเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) “ประเวช องอาจสิทธิกุล” บอกเพียงว่าเป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพ.ร.ก.ที่ตัดความคุ้มครองภัยลูกเห็บออกไป ส่วนตัวไม่ทราบสาเหตุ อาจจะเป็นเพราะโอกาสที่ประเทศไทยจะเกิดความเสียหายหรือมีความเสี่ยงภัยจากภัยลูกเห็บมีน้อยเมื่อเทียบกับอีก 3 ภัยธรรมชาติ
สำหรับพ.ร.ก.กองทุนประกันภัย เตรียมจะนำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้แล้ว หลังจากนั้นจะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเป็นนิติบุคคลโดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนซึ่งคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้แต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 6 คนเป็นผู้บริหารจัดการ เบื้องต้นคณะกรรมการชุดนี้เท่าที่ทราบมีเลขาธิการคปภ., ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ร่วมเป็นกรรมการอยู่ด้วย
ชงกองทุนรับเสี่ยงตรงจากบริษัทจ้างเอาต์ซอร์สช่วยดูเอกสาร
“เท่าที่คุยกันล่าสุดมีข้อเสนอว่ากองทุนน่าจะเป็นคู่สัญญาโดยตรงของบริษัทประกันภัยคือรับประกันต่อจากบริษัทประกันภัยโดยตรงเลยโดยไม่ต้องผ่านใคร โดยให้ว่าจ้างหน่วยงานข้างนอก (เอาต์ซอร์ส) มาเป็นผู้บริหารจัดการเรื่องเกี่ยวกับเอกสารทั้งหมดให้กับกองทุนอีกที (เอาต์ซอร์สนี้เป็นบริษัทเดียวกับบริษัทรับประกันภัยต่อภัยธรรมชาติ (SPV) ที่จะจัดตั้งขึ้น) เอาต์ซอร์สต้องเป็นคนที่มีความรู้เรื่องประกันภัยแต่ไม่น่าจะเป็นบริษัทที่รับประกันภัยโดยตรงเนื่องจากไม่มีความเป็นกลาง อาจจะเป็นบริษัทรับประกันภัยต่อ (รีอินชัวเรอส์) เช่น บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ หรือไทยรี, บริษัท เอเชียนรี ก็ได้”
“จีรพันธ์ อัศวะธนกุล” นายกสมาคมประกันวินาศภัย กล่าวภายหลังนำทีมบอร์ดบริหารสมาคมประกันวินาศภัยประชุมร่วมกับเลขาธิการ คปภ.และผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจการ คลัง (สศค.) เมื่อวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งเสริมว่า บริษัทข้างนอกที่จะจ้างเข้ามาจะให้ศึกษาตลอดจนให้คำเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบการประกันภัยต่อ อัตราเบี้ยประกันภัย และจำนวนเงินเอาประกันภัย (ทุนประกันภัย) ที่เหมาะสมด้วย
“เอออน” ชี้ 5 แสนล้านใหญ่สุดในโลกไม่มีที่ไหนซื้อคุ้มครองสูงเท่านี้
เนื่องจาก 1 วันก่อนหน้านั้น (16 มกราคม) บอร์ดสมาคมฯ เชิญบริษัท เอออน เบนฟิลด์ ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัย (โบรกเกอร์) ขนาดใหญ่อันดับหนึ่งของโลก มาหารือถึงการซื้อประกันภัยต่อภายใต้กองทุน จะให้ทางเอออนนำข้อเสนอวงเงินความคุ้มครองภายใต้กองทุนไปขายในตลาดรับประกันภัยในตลาดโลก หารีอินชัวเรอส์มารองรับความเสี่ยงต่อจากรัฐบาล
ซึ่งทางเอออนบอกว่าวงเงินความคุ้มครอง 500,000 ล้านบาทที่ประเทศไทยจะซื้อสูงเกินไป สูงที่สุดในโลกเทียบกับประเทศต่างๆ ที่มีการซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมา จึงให้เอออนช่วยดูตัวเลขจำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสมที่ประเทศไทยควรจะซื้อเป็นเท่าไหร่มาด้วย และอัตราเบี้ยประกันเท่าไหร่ ซึ่งทางเอออนก็ขอข้อมูลจำนวนกรมธรรม์ที่ขายทั้งหมด ทุนประกันภัยแยกเป็นแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัด แต่ละภาคได้ส่งข้อมูลให้
ลุ้นโฉมหน้าบอร์ด-ไส้ในพ.ร.ก. ลุ้นนิยาม “ภัยธรรมชาติ”
“ตอนนี้ภาพต่างๆ ยังไม่ชัดเจน ยังไม่เห็นพ.ร.ก.มีรายละเอียดอะไรบ้าง บอร์ดยังไม่ตั้งและยังไม่รู้มีใครบ้าง มีอำนาจแค่ไหน ยิ่งบอร์ดตั้งเร็วเท่าไหร่ภาพต่างๆ จะชัดเจนขึ้น อย่างโครงสร้างต่างๆ ที่คุยกันไว้กับคปภ.ยังไม่นิ่งไม่ว่าจะเป็นความเสียหายระดับต่างๆ ที่บริษัทประกันภัย รัฐบาล และบริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศจะรับ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องให้เอาต์ซอร์สศึกษาก่อน”
สำหรับประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่มีการคุยกัน “จีรพันธ์” กล่าวว่าคือรายละเอียดของความคุ้มครองภัยธรรมชาติต้องกำหนดนิยามความหมายของภัยธรรมชาติให้ชัดเจนคืออะไร ลักษณะไหนถึงเรียกว่าภัยธรรมชาติ อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมในปีที่ผ่านมาเป็นภัยธรรมชาติแน่นอน แต่หากบ้าน 1 หลังถูกน้ำท่วมอย่างนี้ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความถูกต้องในการตีความหากมีความเสียหายเกิดขึ้น โดยวงเงินที่บริษัทประกันภัยจะรับจะใช่ 2,000 ล้านบาทหรือไม่อยู่ที่คำจำกัดความด้วย ถ้าไม่ใช่น้ำท่วมใหญ่เหมือนปีก่อนวงเงิน 2,000 ล้านบาทธุรกิจประกันภัยรับได้
“จีรพันธ์” ย้ำว่าบางประเทศใช้เวลาในการจัดตั้งกองทุนนานมากหลังจากเกิดเหตุ อย่างตุรกีใช้เวลา 8 ปี ไต้หวันใช้เวลา 5 ปี เทียบกับประเทศไทยถือว่าเร็ว
“เอออน” ให้หั่นเหลือแค่ 2 แสนล้านเพราะที่ผ่านมาบ.รับประกันภัยเจ็บหนัก
ด้านแหล่งข่าวจากบอร์ดสมาคมฯที่ร่วมประชุมกับบริษัทเอออน ให้ข้อมูลว่า สมาคมฯให้เอออนเอาคำตอบจากรีอินชัวเรอส์สามารถรับความเสี่ยงภัยได้เท่าไหร่และเบี้ยประกันภัยเป็นอย่างไรมาเสนอสมาคมฯภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นทางเอออนบอกจำนวนเงินเอาประกัน 500,000 ล้านบาทสูงมากเทียบกับประเทศอื่นๆ ซื้อความคุ้มครองประมาณ 200,000-300,000 ล้านบาท ลดเหลือแค่ประมาณ 200,000 ล้านบาทน่าจะพอ
“วงเงินคุ้มครอง 500,000 ล้านบาทใหญ่เกิน สมมติรีอินชัวเรอส์รายใหญ่ๆ ในโลกรับไป 10% ก็ 50,000 ล้านบาทต่อ 1 สัญญาที่เหลือจะไปขายให้ใคร ใครจะกล้า รับมากเจอไปโครมเดียวเหมือนปีก่อนก็หมดแล้ว ในมุมของเอออนเขามองว่า 500,000 ล้านบาทไม่มีบริษัทรับประกันภัยต่อในโลกรับเสี่ยงได้ถึงขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาบริษัทรับประกันภัยต่อบาดเจ็บกันเยอะมาก หากลดลงมาเหลือ 200,000 ล้านบาทน่าจะพอหาตลาดรองรับได้”
Incoming search terms:
- “กองทุนประกันภัยวงเงิน 50 000 ล้านบาท”
- กองทุนประกันภัยธรรมชาติ
- ประกันภัยธรรมชาติ คือ
- การเพิ่มทุนรับประกันภัยธรรมชาติ ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย
- ซื้อประกันภัยธรรมชาติ
- ต่างชาติตะลึง! ไทยซื้อคุ้มครอง5แสนล้าน ใหญ่สุดในโลก
- วงเงินเอาประกันเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่
- ประกัน อุบัตเหตฟันธง ทิพย
- ประกัน ธรรมชาติ
- บริษัทประกันภัย ภัยธรรมชาติ
Popularity: 2% [?]
